เอลี ไซด์แมน ประธานบริหารแอปพลิเคชันหาคู่ชื่อดังอย่างทินเดอร์(Tinder) มองว่า การใช้แอปพลิเคชันในการหาคู่หลังวิกฤตโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงไปมาก

เขาบอกว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่และมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลกระทบทั้งดีและไม่ดีต่อแอปพลิเคชันหาคู่อย่างทินเดอร์

ในขณะที่มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่แอปพลิเคชันอื่น ๆ ก็เจอเช่นกัน อย่างทินเดอร์ มีการแตะเลื่อน หรือ swipe (เพื่อเลือกว่าสนใจหรือไม่สนใจคนที่เจอในแอปพลิเคชัน) มากถึง 3 พันล้านครั้งทั่วโลกเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขรายวันที่สูงที่สุดที่บริษัทเคยเจอ ในสหราชอาณาจักร มีคนคุยกันผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างกลางเดือน ก.พ. ถึงสิ้นเดือน มี.ค.

ไซด์แมน บอกว่า พฤติกรรมการใช้แอปฯ ของคนเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างไรก็ดี ผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้คนใช้เงินน้อยลง เป็นผลเสียต่อแอปฯ ทินเดอร์ที่พึ่งเงินจากคนที่สมัครบริการ "พรีเมียม" ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดูได้ว่ามีใคร "แตะเลื่อน" สนใจตัวเองบ้าง

"ผมเป็นห่วงมากว่านี่จะส่งผลอย่างไรต่อสังคมของเราในเชิงเศรษฐกิจ และสมาชิก[ทินเดอร์]หลายคนจะได้รับผลกระทบอย่างไร"

ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2012 ทินเดอร์ถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 340 ล้านครั้ง แต่ได้เงินส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้ 6 ล้านรายที่จ่ายเงินค่าบริการพิเศษ และจำนวนผู้จ่ายใช้บริการนี้ลดลงหลังจากเริ่มมาตรการล็อกดาวน์

ไซด์แมน บอกว่าหลังมีการประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ มีจำนวนผู้สมัครใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยเขาบอกว่าตัวเลขสะท้อนตามที่แต่ละรัฐในสหรัฐฯ ค่อย ๆ ประกาศผ่อนคลายมาตรการ

บริษัทให้บริการหาคู่อื่น ๆ ก็เห็นแนวโน้มที่คล้ายกัน

ชาร์ลี เลสเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเดตของ ดิ อินเนอร์ เซอร์เคิล (The Inner Circle) บอกว่าการ "แมตช์" หรือการที่ผู้ใช้สองคนเลือกกันและกัน เพิ่มมากขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และมีการส่งข้อความหากันมากขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าคนมีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินน้อยลง

ไซด์แมน จากทินเดอร์บอกว่า อาจจะต้องรอสองถึงสามไตรมาส เมื่อเห็นแล้วว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับโลกเป็นอย่างไร ถึงจะรู้ว่าบริษัทได้รับผลกระทบมากแค่ไหน

สิ่งที่ต้องรอดูอีกอย่างคือ การออกเดตโดยผ่านการวิดีโอคอล จะยังได้รับความนิยมอยู่ไหม หลังจากคนแปลกหน้าสามารถนัดเจอกันจริง ๆ ได้แล้ว

บริษัทหาคู่อย่าง อีฮาร์โมนี(eHarmony), โอเคคิวปิด(OKCupid) และแมตช์(Match) ต่างก็บอกว่ามีการใช้วิดีโอสำหรับการออกเดตมากขึ้น และทินเดอร์ก็วางแผนจะเปิดตัวบริการออกเดตผ่านวิดีโอในเดือน มิ.ย.

บริการนี้ของทินเดอร์จะให้เลือกว่าทั้งสองฝ่ายอยากจะคุยกันผ่านวิดีโอหรือไม่ จะไม่คิดค่าบริการ และมีเจ้าหน้าที่คอยเชื่อมต่อผู้ใช้ทั้งสอง

ไซด์แมน บอกว่าวิกฤตโควิด-19 ทำให้สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วดำเนินไปเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับคนรุ่นแรกที่เริ่มใช้แอปฯ ในปี 2012 เด็กอายุ 18 ปี ที่เพิ่งสมัครใช้บริการตอนนี้คุ้นเคยกับการมีปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือนจริงอยู่แล้ว

ดังนั้น การกดเลือกว่าชอบกันในสมัยนี้ไม่ใช่เพื่อการนัดหมายเจอกันตัวจริงอย่างเดียว แต่ก็เป็นการเติมเต็มประสบการณ์แบบออนไลน์ด้วย

ด้วยเหตุผลนี้ บริษัทพยายามจะทำให้ทินเดอร์เป็นที่สำหรับให้คนมามีปฏิสัมพันธ์กันแบบออนไลน์มากขึ้น ไม่ใช่เป็นที่นัดกันเพื่อไปเจอกันในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเดียว

ไซด์แมนบอกว่า สำหรับผู้ใช้ทินเดอร์ยุคใหม่นี้ "โลกดิจิทัลคุณสำคัญพอ ๆ กับชีวิตสังคมคุณในโลกแห่งความเป็นจริง"

และเมื่อโลกยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไป คนรุ่นเก่ากว่าก็อาจจะต้องปรับมาใช้วิถีชีวิตแบบนี้เหมือนกัน